Archive for December, 2011

5 สารอาหารเลี้ยงรากผม

Thursday, December 29th, 2011

สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมคือ ซิลิคอน เหล็ก แมงกานีส และกำมะถัน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม ส่วนไอโอดีนช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะ และป้องกันผมร่วง

   5 สารอาหารดังกล่าวพบได้ในอาหารต่อไปนี้ค่ะ

      ซิลิคอน ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง สตรอว์เบอร์รี่ แตงกวา มะเดื่อ กะหล่ำปลี ผักกาดหอม ผักโขม

      ธาตุเหล็ก ผักใบสีเขียวเข้ม ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว อัลมอนด์ ผลไม้แห้ง กุ้ง ปู หอย

      แมงกานีส หอยนางรม ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวไรน์ ถั่วลิสง อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน คะน้า กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี หัวปลี แครอท กล้วย สับปะรด องุ่น มะกอก ส้ม เชอรี่ แอปเปิ้ล อะโวคาโด เอพริคอท แห้ว มะพร้าว และผลไม้เปลือกแข็ง เช่น มะตูม มะขวิด กระจับ

      กำมะถัน กะหล่ำปลี ผักกาด กระหล่ำดอก หอมหัวใหญ่ แอ๊ปเปิ้ล

      ไอโดดีน สาหร่ายทะเล ปลาทะเล หอย กุ้ง สับปะรด กระเทียม
กินอาหารเลี้ยงรากผมแล้ว ควรแปรงผม และนวดหนังศีรษะเป็นประจำเพื่อช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำเส้นผมได้รับแร่ธาตุต่างๆ ได้มากขึ้นค่ะ

หมาปั๊ก Puggy ตูบหน้าบี้…จอมทะเล้น

Wednesday, December 28th, 2011

หมาปั๊ก
หมาปั๊ก

หมาปั๊ก
หมาปั๊ก

หมาปั๊ก Puggy ตูบหน้าบี้…จอมทะเล้น (Dogazine)
ในปัจจุบัน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักสุนัขสายพันธุ์ปั๊กเป็นแน่ เนื่องด้วยกระแสความนิยมในสุนัขสายพันธุ์นี้ที่เริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะด้วยอุปนิสัยน่ารักน่าเลี้ยงก็ดี หรือจะด้วยรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ มองอย่างไรก็ไม่เบื่อ ชวนให้หัวเราะแล้วอารมณ์ดีทุกคราที่มองปั๊กน้อย สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนไทยหันมาเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้มากขึ้นตามลำดับ
ด้วยความร่าเริงที่ไม่เหมือนใคร หน้าตาแลดูฉงนปนทะเล้น และอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปั๊กไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลกอีกด้วย
มาตรฐานสายพันธุ์
ถิ่นกำเนิด   ประเทศจีน
กลุ่ม   Toy
หัว   หัวกะโหลกมีลักษณะกลม ขนาดใหญ่ หนังบริเวณหน้าผากมีรอยย่นมาก
หู   ขนาดเล็ก ใบหูค่อนข้างบาง มีหู 2 ชนิด คือหูตูบแบบบูลด็อก และหูพับแบบลูกกระดุม แต่จะนิยมหูพับมากกว่า
ตา   ดวงตากลมโต สีเข้ม
          ปากสั้น   รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส กรามล่างจะยื่นออก
จมูก   สั้น สีด
ฟัน   ขบกันแบบกรรไกร
ลำตัว   สั้น หลังตรง ล่ำสัน และมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
คอ   สั้น โค้งเล็กน้อย
อก   กว้าง
ขา   ขาหน้าเหยียดตรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ความยาวปานกลาง เท้าไม่กลมเหมือนเท้าแมว เล็บสีดำ
หาง หางชี้ขึ้นด้านบน แต่ลักษณะม้วนเป็นวงจนติดบั้นเอว หากม้วนได้ 2 รอบ ถือว่าเป็นลักษณะที่สมบูรณ์
ขน   สั้นละเอียดเป็นประกาย ไม่ปุกปุย
สี   สีน้ำตาลแบบลูกวัว สีเงิน หรือสีดำ มีาร์คกิ้งสีดำที่หน้าและใบหู
ขนาด   สูง 10-11 นิ้ว น้ำหนัก 6.5 – 8.2 กิโลกรัม
การเดิน และการวิ่ง   คล่องแคล่ว ปราดเปรียว
ลักษณะที่ถือว่าบกพร่อง   หัวกะโหลกเล็ก ช่วงปากยาว ตาเล็ก รอยย่นเห็นไม่ชัด
ช่วยชีวิตเฉลี่ย   12 – 14 ปี

7 ก้าวเดินตามรอยเท้า… หมาปั๊ก

หมาปั๊ก

 ก้าวที่ 1 : กว่าจะมีวันนี้
สุนัขพันธุ์ปั๊กเป็นสุนัขที่เก่าแก่สายพันธุ์หนึ่ง มีกำเนิดมาจากประเทศจีนมาตั้งแต่ 400 ปี ก่อนคริสตกาล ในสมัยโบราณนิยมเลี้ยงไว้ในวัดจีน ต่อมาเริ่มมีการนำออกไปยังสถานที่ต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มแพร่หลายไปยังหลาย ๆ ประเทศในแถบทวีปยุโรป
ในประเทศฮอลแลนด์ สุนัขสายพันธุ์ปั๊กได้รับการยอมรับ และให้เกียรติเป็นอย่างมากเนื่องจากในอดีตมีสุนัขพันธุ์นี้ตัวหนึ่ง เคยช่วยชีวิตของเจ้าชายวิลเลียม โดยการเตือนให้พระองค์ทรงทราบว่าทหารของกองทัพของสเปนได้แอบลอบเข้ามาใกล้แล้วนั่นเอง
ส่วนในประเทศฝรั่งในปี ค.ศ.1790 พระมเหสีของนโปเลียน ผู้นำประเทศฝรั่งเศสในยุคนั้นได้ซ่อนจดหมายไว้ที่ปลอกคอของปั๊ก  แล้วให้มันนำไปแจ้งข่าวสารต่อนโปเลียน เพื่อบอกกับนโปเลียนว่าพระนางถูกจับขังไวที่ Les Carmes
จากวีรกรรมทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้เอง ทำให้สุนัขพันธุ์นี้เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น ก่อนจะถูกพัฒนาสายพันธุ์จนกลายเป็นรูปแบบของปั๊กที่สมบูรณ์แบบในประเทศอังกฤษ ต่อมา ปั๊ก เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษมากขึ้น แต่จากจำนวนของสุนัขในกลุ่มทอยอื่น ๆ ที่ทวีจำนวนขึ้น ทำให้ความนิยมในตัวปั๊ก เริ่มลดลงตามลำดับ จนเกือบจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศอังกฤษ ซึ่งในขณะนั้นเองพระเจ้าจอร์จที่ 3 ได้ทรงนำเข้าปั๊กจากประเทศฮอลแลนด์และออสเตรีย ทำให้เขาสามารถช่วยดำรงสายพันธุ์ปั๊กไว้ในประเทศอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน
 ก้าวที่ 2 : ลักษณะทั่วไปของ หมาปั๊ก
ปั๊ก เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก มีขนาดร่างกายเล็กปานกลาง หน้าสั้นและย่นแลดูทะเล้นน่ารัก ใบหูพับตก และมีขนสั้นเกรียน หางมีลักษณะบิดเป็นเกลียวชี้ขึ้นม้วนจนเป็นวงติดกับบั้นเอง ถ้าหางหางม้วนได้ถึงสองตลบจัดว่าเป็นลักษณะที่สวยสมบูรณ์ที่สุด หายใจและกรนเสียงดัง
สำหรับสัดส่วนของ หมาปั๊ก ถูกผสมพันธุ์ออกมาจนได้รูปร่างที่กะทัดรัดเป็นสี่เหลี่ยมจัดตุรัส ตัน และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง หัวมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ชิดขึ้นเล็กน้อย ตากลมยื่นออกมาแลดูอ่อนโยน มีสีดำเป็นประกาย หูสั้นตกลงข้างหัว มีความนุ่มคล้ายกำมะหยี่ คอสั้นโค้งเล็กน้อย ขาหน้าเหยียดตรง มีขนสั้นละเอียดเป็นประกาย มีสีเหลืองแอปริคอท มีมาร์คกิ้งสีดำที่หน้าและใบหู
สุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีนิสัยน่ารัก ถึงหน้าตาของเขาจะดูเหมือนคิดมากไปสักหน่อย แต่ถ้าได้ลองเลี้ยงแล้วจะหลงใหลไม่รู้ตัว เพราะความอ่อนโยนของมัน ข้อควรระวังในการเลี้ยงคือสภาพอากาศที่ร้อน ปั๊กจะทนไม่ค่อยได้ ถ้าทนไม่ไหวอาจเป็นลมแดดได้ และถ้าอากาศเย็นควรให้อยู่ในที่อุ่น ๆ หรือหาเสื้อมาสวมให้เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัด

หมาปั๊ก

 ก้าวที่ 3 : เกาะติดนิสัย หมาปั๊ก
ธรรมชาติของ หมาปั๊ก จะเป็นสุนัขที่มีลักษณะเป็นมิตร ปราดเปรียว ว่องไว อารมณ์ดี อยากรู้อยากเห็น ชอบเข้าสังคม มีความนุ่มนวล แต่บางครั้งอาจมีความตื่นตัวและมีพละกำลังในการเล่นมาก ไม่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับสุนัขตัวอื่น ๆ มีความซื่้อสัตย์ต่อเจ้าของ ชอบพบปะทักทายกับคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของหรือคนแปลกหน้า มีความฉลาดในระดับปานกลาง
แม้จะเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ชอบเข้าสังคม แต่ปั๊กก็เป็นสุนัขที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ดื้อรั้น แต่เข้มแข็ง มันมีนิสัยชอบเอาชนะ และเด็ดเดี่ยวมากพอตัวทีเดียว
 ก้าวที่ 4 : ความต้องการการดูแลเอาใจใส่
โดยส่วนมากสุนัขพันธุ์นี้จะขี้เกียจ หากปล่อยให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีอุปกรณ์ฝึกเขา จึงควรพาเขาไปเดินเล่นหรือเล่นเกมโยนของไปให้เขาเก็บทุกวัน แต่อย่าให้เขาออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วงที่มีอากาศร้อน หรือหลังกินอาหารเสร็จ
แม้สุนัขพันธุ์นี้จะไม่ต้องการการดุแลเสริมสวยให้ยุ่งยากมากนัก แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาความสะอาดทุกวัน อีกทั้งการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของการออกกำลังกาย ก็เป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้ปัก๊กจะไม่ใช่สุนัขที่รักกีฬา แต่การพาเขาไปออกกำลังกายให้พอเพียง ก็จะช่วยให้เขาไม่อ้วนและกลายเป็นสุนัขที่เฉื่อยชาจนเกินไป
 ก้าวที่ 5 : ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
เจ้าของที่สมบูรณ์แบบของ หมาปั๊ก จะต้องมีอุปนิสัยอ่อนโยน คอยดูแลเอาใจใส่เขา เหมาะมากสำหรับเจ้าของที่ชอบความสงบเงียบ และคนที่ต้องการสุนัขที่เลี้ยงไม่ยาก สำหรับบ้านที่มีพื้นที่เพียงเล็กน้อย ผู้ที่อาศัยอยู่ในหอพักหรือคอนโดมิเนียมก็สามารถเลี้ยงปั๊กได้อย่างสบาย ๆ เนื่องจากรูปร่างที่เล็ก ไม่ใหญ่เทอะทะ ทำให้ปั๊ก ไม่ต้องการพื้นที่เลี้ยงดูมากนัก
 ก้าวที่ 6 : ข้อควรระวัง
เนื่องจากรูปทรงของตาและใบหน้าทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้มีแนวโน้มที่จะเกิดการบาดเจ็บที่ตาได้ง่าย ถ้าปั๊กของคุณกำลังถูตาอยู่ กระพริบตาถี่ ๆ มีน้ำตาไหลมากเกิน หรือตามีการเปลี่ยนสีไป ควรปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณโดยทันที และการที่เป็นสุนัขจมูกสั้น เขาจึงมักมีปัญหาเกี่ยวกับเพดานปากอ่อน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ปั๊กยังมีความเสี่ยงที่จะอ้วนได้ง่าย ดังนั้น การควบคุมปริมาณอาหารและการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งจำเป็น โครงสร้างกะโหลกศีรษะที่สั้น ส่งผลให้ปั๊ก มักมีปัญหาระบบทางเดินหายใจส่วนต้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือภายหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก จึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มากเกินไป และการเลี้ยงดูในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูง
 ก้าวที่ 7 : โรคและความผิดปกติที่พบได้
 ความผิดปกติต่าง ๆ ของนัยน์ตา เช่น หนังตาม้วน โรคตาแห้ง กระจกตาอักเสบ แผลหลุมบริเวณกระจกตา
 ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ กลุ่มอาการผิดปกติของท่อทางเดินหายใจส่วนต้น ในสุนัขสายพันธุ์ที่มีใบหน้าสั้น
 ระบบทางเดินสืบพันธุ์ ได้แก่ ภาวะคลอดยาก เนื่องจากขนาดหัว และช่วงไหล่ของลูกสุนัขมีขนาดใหญ่นั่นเอง

10 ขั้นตอนแต่งหน้าให้กลายเป็นเจ้าหญิง

Sunday, December 25th, 2011

ช่วงที่กำลังจะก้าวสู่เทศกาลสำคัญในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคริสต์มาส ปีใหม่ สาว ๆ หลายคนคงจะเริ่มมองหาไอเดียการแต่งหน้าแบบเข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ แบบหิมะโปรยกันแล้ว (ถึงแม้ว่าจะเป็นบรรยากาศจำลองก็เถอะ) วันนี้กระปุกดอทคอมเลยเอาไอเดียการแต่งหน้าง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นเจ้าหญิงมาฝากกันค่ะ งานนี้เน้นแนวหวานสวย ขาววิ๊งเบา ๆ นะคะ เอ้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

 1. ลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ ให้เรียบเนียน โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา อย่าทิ้งรอยคล้ำไว้เป็นอันขาด จากนั้นลงแป้งให้ใบหน้าอยู่ในสภาพพร้อมแต่งแต้มสีสัน

 2. เขียนคิ้วให้โค้งสวย แล้วลงอายไลเนอร์สีขาวบริเวณใต้หางคิ้ว

 3. ไฮไลท์ดั้งให้โด่งสวย โดยใช้ไฮไลท์สีเข้มกว่าผิวนิดหน่อย (อย่าให้เข้มมากนะเออ เดี๋ยวดูรู้ว่าเฟคมา)

 4. ใช้อายชาโดว์สีชมพูอ่อนหรือพีช เกลี่ยให้ทั่วเปลือกตา

 5. ใช้อายชาโดว์สีขาวมุกเกลี่ยเบา ๆ ที่มุมตาด้านในทั้งสองข้าง แล้วไล้ไปที่กลางเปลือกตาให้กลมกลืนกับสีชมพูหรือพีช และอย่าลืมเกลี่ยอายชาโดว์สีขาวมุกที่ถุงใต้ตาด้วยเพื่อช่วยให้ดวงตาโดดเด่นขึ้น

 6. สำหรับคนที่เกลี่ยอายชาโดว์สีชมพูที่เปลือกตา ให้ใช้อายชาโดว์สีม่วงเกลี่ยบริเวณหางตาทั้งบนและล่าง แล้วไล้มากลมกลืนกับสีชมพู ส่วนคนที่เกลี่ยอายชาโดว์สีพีช ให้ใช้สีส้มเกลี่ยหางตาทั้งบนและล่าง แล้วไล้มากลมกลืนกับสีพีช

 7. ติดขนตาปลอมทั้งบนและล่าง โดยข้างล่างให้ติดห่างจากขอบตาลงมานิดหน่อย และงานนี้งดอายไลเนอร์สีดำจ้า

 8. ใช้ดินสอเขียนขอบตาสีขาว เขียนลงไปที่ขอบตาล่าง รวมถึงช่องว่างระหว่างขอบตากับขนตาที่ติดห่างกันเมื่อครู่นี้

 9. ใช้บลัชออนสีพีช ปัดลงบนแก้มแบบให้พอเป็นสีบางเบา

 10. ทาปากด้วยลิปสติกสีนู้ด หรือสีชมพู จากนั้นทาทับด้วยลิปกลอสเพิ่มความเงาวับสดใส

และสุดท้าย ก็อย่าลืมปัดแป้งฝุ่นเบา ๆ ทับลงไปอีกครั้งนะคะ คราวนี้สาว ๆ ก็พร้อมออกไปเป็นเจ้าหญิงในคืนวันคริสต์มาสหรือปีใหม่ได้แล้วล่ะค่ะ

เอดส์หายได้? หมอเยอรมันโวรักษาสำเร็จ

Saturday, December 24th, 2011

โรคเอดส์
          คณะแพทย์เมืองเบียร์อ้างรักษาหนุ่มติดเชื้อเอดส์ได้สำเร็จ หลังปลูกถ่ายไขกระดูก และให้เคมีบำบัดรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว
          กรณีศึกษาเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร “Blood” โดยรายงานว่า ชายวัย 40 ปี ชาวสหรัฐอเมริกาหายจากการติดเชื้อเอชไอวี หรือเชื้อเอดส์ หลังได้รับการรักษามานานเกือบ 4 ปี ด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูก และใช้เคมีบำบัดรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย
          โดยนายแพทย์เจโร ฮุตเตอร์ จาก Institute of Transfusion Medicine and Immunology เมืองมานน์ไฮม์ ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า เขาและทีมแพทย์เป็นผู้รักษาชายคนดังกล่าวตั้งแต่ปี 2007 ด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์และไขกระดูกจากผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี และมีพันธุกรรมโน้มเอียงไปทางต่อต้านเชื้อเอชไอวี โดยใช้เวลารักษา 3 ปีครึ่ง จากนั้นก็ได้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยให้เคมีบำบัดควบคู่กันไป จนเวลาผ่านไปเกือบ 4 ปี แพทย์ตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวีในร่างกายของชายคนดังกล่าวแล้ว
          อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่า วิธีการนี้จะใช้รักษาโรคเอดส์ได้ผลดีจริงหรือไม่ แต่นี่ถือเป็นวิธีการรักษาแบบหนึ่ง ที่มีส่วนสำคัญให้เกิดการค้นคว้าต่อยอดหาวิธีการรักษาโรคเอดส์ให้ได้ในอนาคต

รู้ไหมทำไมเรียกเงาะโรงเรียน !?

Saturday, December 24th, 2011


เงาะโรงเรียนหรือเงาะพันธุ์โรงเรียน เป็นเงาะพันธุ์ที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน เงาะในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ตลอดทั้งเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก ก็ไม่มีประเทศใดที่มีเงาะคุณภาพดีเท่ากับเงาะพันธุ์โรงเรียน แม้แต่ในมาเลเซียซึ่งเราได้เมล็ดเงาะพันธุ์นี้มา จึงกล่าวได้ว่าเงาะพันธุ์โรงเรียนเป็นเงาะพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้

คำว่า “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เงาะต้นแม่พันธุ์มีเพียงต้นเดียว ปลูกด้วยเมล็ดเมื่อปี พ.ศ.2469 โดยชาวจีนผู้หนึ่งมีสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ Mr. K. Wong มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่เมืองปีนัง บุคคลผู้นี้ได้เข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุกที่หมู่บ้านเหมืองแกะ ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร ตรงกันข้ามกับโรงเรียนนาสาร เมื่อ Mr. K. Wong มาทำเหมืองแร่ก็ซื้อที่ดินริมทางรถไฟด้านทิศตะวันตก ใกล้กับสถานีรถไฟนาสารเป็นเนื้อที่ 18 ไร่ แล้วสร้างบ้านพักบนที่ดินดังกล่าว เมื่อสร้างบ้านเสร็จ Mr. K. Wong ก็นำพันธุ์(เมล็ด)เงาะมาจากเมืองปีนัง(ขณะนี้เงาะพันธุ์นี้ที่เมืองปีนึงไม่มีแล้ว) มาปลูกข้างบ้านพักจำนวน 4 ต้น ต่อมาปรากฏว่าเงาะมีลูกเป็นสีเหลืองบ้าง แดงบ้าง รสเปรี้ยวบ้าง หวานบ้าง เฉพาะต้นที่ 2 นับจากทิศตะวันออกมีลักษณะพิเศษกว่าต้นอื่น คือ เนื้อสุกแล้วเปลือกผลเป็นสีแดง แต่แม้สุกจัดเท่าไหร่ก็ตาม ขนที่ผลยังมีสีเขียวอยู่ รูปผลค่อนข้างกลม เนื้อกรอบ หวาน หอม เปลือกบาง เงาะต้นนี้คือ “เงาะพันธุ์โรงเรียน”

สาเหตุที่เรียกว่าเงาะพันธุ์โรงเรียน เพราะในปี พ.ศ.2479 Mr. K. Wong ต้องเลิกล้มกิจการเหมืองแร่และเดินทางกลับไปอยู่ที่เมืองปีนังภูมิลำเนาเดิม จึงขายที่ดินดังกล่าวพร้อมด้วยบ้านพักให้แก่กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) แผนกธรรมการ อำเภอบ้านนา (อำเภอบ้านนาสาร) ทางราชการจึงปรับปรุงบ้านพักใช้เป็นอาคารเรียน และย้ายโรงเรียนนาสารซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ที่วัดนาสารมาอยู่อาคารดังกล่าว เมื่อวันที่ 17 พฤศจิการยน พ.ศ.2479 แต่เงาะพันธุ์โรงเรียนในขณะนั้นยังมิได้แพร่หลายแต่ประการใด เนื่องจากการส่งเสริมทางการเกษตรยังไม่ดีพอ ในปี พ.ศ.2489-2498 มีบุคคลตอนกิ่งไปขายพันธุ์เพียง 3-4 รายเท่านั้น

ครั้นถึงปี  พ.ศ.2500-2501 ได้มีกรรมวิธีแพร่พันธุ์เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือการทาบกิ่ง มีการทาบกิ่งเงาะต้นนี้ไปเป็นจำนวนมาก ในระยะเดียวกันนั้น เงาะที่มาจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส คือเงาะพันธุ์ยาวี เจ๊ะโมง เปเราะ ก็เข้ามาแพร่หลายพอสมควร ประชาชนเห็นว่าเงาะต้นนี้ยังไม่มีชื่อ จึงชักชวนกันเรียกเงาะต้นนี้ว่า “เงาะพันธุ์โรงเรียน” เพราะต้นแม่พันธุ์อยู่ที่โรงเรียนนาสาร

ปี  พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯมาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้นำชาวสวนเงาะผู้หนึ่งได้ทูลเกล้าฯถวายเงาะพันธุ์โรงเรียน และขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อพันธุ์เงาะนี้เสียใหม่ พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ชื่อเงาะพันธุ์โรงเรียนดีอยู่แล้ว” นับแต่นั้นมา ไม่มีใครกล้าที่จะเปลี่ยนชื่อเงาะพันธุ์นี้อีกต่อไป

14 ข้อความ ที่ควรถอยและหลีกเลี่ยงละเสีย

Wednesday, December 7th, 2011

14 ข้อความ ที่ควรถอยและหลีกเลี่ยงละเสีย

1. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเราเอง

2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอวดดี

3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวง

4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา

5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง

6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกตัวเอง

7. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความถดถอยของตัวเอง

8. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะ วิริยะ

9. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง

10. ทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ สุขภาพที่สมบูรณ์

11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ หนี้บุญคุณ

12. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้อภัยและความเมตตากรุณา

13. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล

14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้ทาน